[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
.:: โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี Surasakmontree School::.
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
ค้นหา   
กลับมาเพราะไม่มีที่ไปใช่ไหม?(24 มิ.ย. 2560, 05:01) Rockstud เขย่าโลกแฟชั่น(24 มิ.ย. 2560, 05:01) เวนคืนแค่บางส่วน-สวนใต้พระราม 9 ทำทางด่วนพระราม 3-วงแหวนฯ (24 มิ.ย. 2560, 05:01) ทำใจให้เชื่อลำบาก!(24 มิ.ย. 2560, 05:01) ได้เวลา “ตูร์ เดอ ฟรองซ์” จักรยานทางไกลมหาโหด(24 มิ.ย. 2560, 05:01) เกร็ดข่าวลูกหนัง 24/06/60(24 มิ.ย. 2560, 05:01) โอกาสที่มาถึง(24 มิ.ย. 2560, 05:01) 2 หุ้นลวงโลก!!(24 มิ.ย. 2560, 05:01) ดัชนีเศรษฐกิจ 24/06/60(24 มิ.ย. 2560, 05:01) รู้ทุกอย่าง(24 มิ.ย. 2560, 05:01) รอบโลก 24/06/60(24 มิ.ย. 2560, 05:01) จุดจบ กวนอู(24 มิ.ย. 2560, 05:01) บุคคลในข่าว 24/06/60(24 มิ.ย. 2560, 05:01) สหกรุ๊ป แฟร์...มาแล้ว + “มหกรรมกล้วย” พิษณุโลก(24 มิ.ย. 2560, 05:01) ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา(24 มิ.ย. 2560, 05:01) ยังเข้าไม่ถึง(24 มิ.ย. 2560, 05:01) ท่องสวรรค์แดนเลี่ยงภาษี(24 มิ.ย. 2560, 05:01) ควันหลงคดีระเบิด(24 มิ.ย. 2560, 05:01) สืบสานประเพณี "ใส่บาตรเทียน" งานบุญ..หนึ่งเดียวในไทย(24 มิ.ย. 2560, 05:01) "ติดสุราเรื้อรัง" เสี่ยงป่วย...จิตเภท(24 มิ.ย. 2560, 05:01)
เมนูหลัก
เว็บไซต์หน่วยงาน














ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 93 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
มุมธรรมมะ
ประมวลภาพกิจกรรมโรงเรียน
* ปีการศึกษา 2558
*
 ปีการศึกษา 2559

  
ประวัติโรงเรียน  
 

ประวัติโรงเรียน

โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เดิมคือโรงเรียนบุตรข้าราชการกองทัพบก สร้างขึ้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระการจัดการศึกษา ของชาติและเป็นการตอบแทนข้าราชการสังกัดกองทัพบก  ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ  จะได้ไม่ต้องวิตก กังวล   ในเรื่องการจัดหาโรงเรียนให้บุตรหลาน ในปี 2492 ฯพณฯ จอมพลผิน ชุณหะวัน รองผู้บัญชาการทหารบก ขณะนั้น  จึงชักชวนข้าราชการกองทัพบกทุกท่านให้เสียสละเงินรายได้ปีละ1วันให้กองทัพบก เพื่อรวบรวมสมทบทุน ในการก่อสร้างโรงเรียนบุตรข้าราชการกองทัพบก    และได้ดำเนินการสะสมเงินจำนวนนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2492เป็นต้นมา

                     วันที่ 7 พฤศจิกายน 2509 จึงเริ่มการก่อสร้างโรงเรียนบุตรข้าราชการกองทัพบกส่วนกลางขึ้น บนเนื้อที่ 58 ไร่ ริมถนนวิภาวดี-รังสิต โดย ฯพณฯ จอมพลประภาส จารุเสถียร ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ได้มอบหมายให้ พลเอกเต็ม หอมเศรษฐี เป็นประธานอนุกรรมการการจัดตั้งและก่อสร้าง       เดือน พฤษภาคม 2511 จึงสร้างเสร็จ    โดย ฯพณฯ จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น และท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร เป็นผู้ให้การอุปถัมภ์โรงเรียน การรับนักเรียนรุ่นแรก ปีการศึกษา 2511   รับนักเรียนชาย-หญิงทั่วไป ไม่จำกัดว่าต้องเป็นบุตรข้าราชการกองทัพบก จำนวน 600 คน


ชั้น ม.ศ. 1       11 ห้อง            ห้องละ 40 คน
ชั้น ม.ศ. 2         2 ห้อง            ห้องละ 40 คน
ชั้น ม.ศ. 3         2 ห้อง            ห้องละ 40 คน

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนเป็นนายทหารเกือบทั้งสิ้น

                     ปีการศึกษา 2512 เปิดห้องเรียน ชั้นเรียนเพิ่มขึ้น และรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รวม 31 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 1,240 คน ในปีต่อมา ได้ขยายชั้นเรียนเพิ่มขึ้น เปิดรับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5

                     พ.ศ. 2515 กองทัพบกได้จัดตั้งโรงเรียนพณิชยการบุตรข้าราชการกองทัพบก เพิ่มขึ้นบนพื้นที่ เดียวกัน โดยเปิดสอนแผนกพาณิชยการ   หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ   เพื่อให้บุตรข้าราชการ กองทัพบก และบุคคลอื่น ได้ศึกษาสายอาชีพต่อจากสายสามัญอีก 1 ปีต่อมา ได้เปิดสอนเพิ่มขึ้น อีก 3 แผนก คือแผนกช่างยนต์ ช่างไฟฟ้าและช่างวิทยุ จึงเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนพณิชยการบุตรข้าราชการกองทัพบก เป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาบุตรข้าราชการกองทัพบก
         
                     ภายหลังกองทัพบกพิจารณาเห็นว่า การจัดการศึกษาแก่เยาวชน ควรมอบให้เป็นหน้าที่ ของกระทรวงศึกษาทรวงศึกษาธิการและกองทัพขาดแคลนผู้ชำนาญในการจัดการศึกษา

                     วันที่ 18 มีนาคม 2517 กองทัพบกได้โอนโรงเรียนอาชีวศึกษาบุตรข้าราชการกองทัพบก เข้าสังกัด กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยแบ่งแยกพื้นที่ไป 10 ไร่ 3 งาน   และ กองทัพบกได้เสนอชื่อ “จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษภูวนารถกรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ" ให้เป็นชื่อโรงเรียน จึงได้ชื่อว่า “วิทยาลัยจักรพงษภูวนารถ” ซึ่งในปัจจุบันคือ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ

                     ส่วนโรงเรียนบุตรข้าราชการกองทัพบกส่วนกลาง ซึ่งมีพื้นที่เหลืออยู่ 47 ไร่ 1 งาน โอนเข้าสังกัด กรมสามัญศึกษาโดยกองทัพบกได้เสนอชื่อ จอมพลมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ผู้บัญชาการทหารบกคนแรกที่กองทัพบกภาคภูมิใจในเกียรติประวัติ   ให้กรมสามัญศึกษาใช้เป็นชื่อของโรงเรียน
                    
                     โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีจัดการเรียนการสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จัดศูนย์การเรียนรู้โดยใช้สื่อ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเน้นกิจกรรมที่หลากหลาย รวมทั้งมีความ เจริญก้าวหน้าทางด้านอาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อม ที่เหมาะแก่การเรียนรู้ จึงได้รับรางวัล

“โรงเรียนดีเด่นรับรางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2542”


เครื่องหมายของโรงเรียน

สัญลักษณ์    มงกุฎ คฑา กระบี่ ช่อชัยพฤกษ์ เป็นสัญลักษณ์ของกองทัพบก หมายถึงโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีมีต้นกำเนิดมาจากโรงเรียนบุตรบุตรข้าราชการ กองทัพบก รัศมีและธรรมจักร

รัศมี คือ แสงสว่างแห่งปัญญา

ธรรมจักร คือ กงล้อแห่งธรรมะ ในที่นี้หมายถึง สถานที่ซึ่งมุ่งสอน กุลบุตร กุลธิดา ให้ประพฤติดี ประพฤติชอบ

คำขวัญ
ธมฺเม ฐิตํ น วิชหาติ กิตฺติ   “เกียรติ ย่อมไม่ละผู้ตั้งอยู่ในธรรมะ”

ปรัชญา
ประพฤติดี มีวินัย ใจกตัญญู รู้หน้าที่

คติพจน์
ประหยัด ขยัน อดทน สามัคคี มีวินัย

สีประจำโรงเรียน
เหลือง คือ ประณีต สวยงาม ความมีมารยาทและคุณธรรม
น้ำเงิน คือความกล้าหาญ ความฉลาด อดทน